ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ลิงบ้า « ฟรีสไตล์ ลิงบ้า « บทความ ข่าว และสาระดีๆ « กทม.ปล่อยฟรีเล่นน้ำสงกรานต์ทุกพท.สาวๆไม่สายเดี่ยว ไม่สั้น ไม่โป๊ สกัดอาชญา
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กทม.ปล่อยฟรีเล่นน้ำสงกรานต์ทุกพท.สาวๆไม่สายเดี่ยว ไม่สั้น ไม่โป๊ สกัดอาชญา  (อ่าน 1731 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
LingBaa
Administrator
จ่าฝูงลิงบ้า
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 348



อีเมล์
« เมื่อ: 06 เมษายน 2552, 20:57:43 น. »



กทม.ปล่อยฟรีเล่นน้ำสงกรานต์ทุกพท. สาวๆรับลูกไม่สายเดี่ยว ไม่สั้น ไม่โป๊ สกัดอาชญากรรม

กทม.ปล่อยฟรีเล่นน้ำสงกรานต์ได้ทุกพท. ไม่คุมโซนนิ่ง แต่ยังห้ามสาดน้ำแข็ง ประแป้ง ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง สาววัยรุ่นรับปากไม่แต่งโป๊ นุ่งสั้น สายเดี่ยว เสื้อบาง หลีกเลี่ยงเกิดอาชญากรรม นครบาลจัดกำลังเฝ้าระวังความปลอดภัยสนามหลวง ข้าวสาร

นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวเมื่อวันที่ 4 เมษายน ถึงการจัดกิจกรรมเทศกาลมหาสงกรานต์ "ยิ้มรับสงกรานต์ สานสามัคคี"บริเวณท้องสนามหลวง ที่ กทม.จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน ว่า ได้จัดทำแผ่นพับข้อควรทำและไม่ควรทำ (DO and DON′T) ในการเล่นน้ำสงกรานต์ ส่งไป 50 สำนักงานเขตเพื่อประกาศให้ประชาชนรับทราบและนำไปปฏิบัติในการละเล่นเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ อาทิ ห้ามเล่นสาดน้ำแข็งใส่กัน ห้ามเล่นประแป้ง ห้ามเล่นปืนฉีดน้ำแรงดันสูงที่ผลิตจากท่อพีวีซี ห้ามดื่มสุราขณะขับขี่ยานพาหนะ ห้ามสาดน้ำใส่รถยนต์ขณะกำลังเคลื่อนที่ รวมทั้งขอความร่วมมือไปยังกลุ่มผู้หญิงไม่ควรแต่งกายล่อแหลม ไม่ควรสวมเสื้อสีขาวและเสื้อบางๆ เล่นน้ำสงกรานต์ เนื่องจากเมื่อโดนน้ำยิ่งจะเป็นการเน้นให้เห็นสรีระในร่มผ้า ที่อาจเป็นการยั่วยุนำไปสู่การก่ออาชญากรรมได้ ซึ่งหากตรวจพบมีการฝ่าฝืนขอให้ตำรวจตักเตือนและห้ามปราม


"ปีนี้ไม่ได้คุมโซนนิ่งในการเล่นน้ำสงกรานต์เหมือนปีที่ผ่านมาเพราะต้องการให้ประชาชนได้เล่นน้ำอย่างสนุกสนานแต่อยู่บนความรับผิดชอบ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจใน กทม.มากขึ้น คาดว่าตลอด 4 วันจะมีผู้มาเที่ยวงานเทศกาลสงกรานต์ใน กทม.ไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน" นางทยากล่าว



รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัย รวมถึงการตั้งจุดตรวจเมาไม่ขับ ว่า สำนักเทศกิจ (สนท.) กทม. จะร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เฝ้าระวังตามจุดท่องเที่ยว ได้แก่บริเวณท้องสนามหลวงและถนนข้าวสาร เขตพระนคร กทม. ซึ่งจะมีกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่เทศกิจร่วมกันรักษาความปลอดภัยวันละ 900 นาย แบ่งเป็น 3 กะ กะละ 300 นาย โดย บช.น.จะเป็นแม่งานหลักในการตั้งจุดตรวจเมาไม่ขับ และการจัดระเบียบจราจรเป็นหลัก

 
สำหรับเรื่องที่กระทรวงวัฒนธรรมรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะวัยรุ่นผู้หญิง หันมาใส่เสื้อผ้าไทยและเสื้อลายดอกแทนการใส่เสื้อสายเดี่ยว หรือเสื้อกล้ามในเทศกาลสงกรานต์นั้น ด.ญ.พนัชกร ศรีอุบล อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนศึกษานารี กล่าวว่า การรณรงค์ให้ใส่เสื้อลายดอกแทนเสื้อสายเดียวของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ดี แต่คิดว่าวัยรุ่นคงไม่สนใจมากนัก เพราะรณรงค์มาหลายปีแล้ว ไม่เห็นได้ผล "ได้นัดกับเพื่อนๆ ว่าจะไม่ใส่เสื้อสายเดี่ยว เสื้อกล้าม หรือเสื้อยืดเนื้อบางไปเล่นน้ำสงกรานต์เด็ดขาด เพราะล่อแหลมต่อการถูกลวนลาม แต่จะใส่เสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงขาสั้น"ด.ญ.พนัชกรกล่าว


น.ส.น้ำหวาน ศรีประเสริฐ อายุ 17 ปี กล่าวว่า ยุคนี้จะรณรงค์ให้วัยรุ่นมาใส่เสื้อลายดอกหรือหรือผ้าไทยคงไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะเชยไม่อินเทรนด์ อีกทั้งผ้าไทยเป็นผ้าที่มีราคาค่อนข้างสูง วัยรุ่นก็ไม่กล้านำมาใส่เพราะเสียดาย "สำหรับดิฉัน สงกรานต์ปีนี้เน้นใส่เสื้อผ้ารัดกุมไม่โป๊ โดยจะใส่เสื้อยืดสีทึบกับกางเกงชาวเล อยากเชิญชวนให้ผู้หญิงทุกคนที่จะเล่นน้ำสงกรานต์ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง อย่าโชว์ และรักตัวเองไว้ก่อน" น.ส.น้ำหวานกล่าว


ขณะที่อีกเรื่องหนึ่ง ภายหลังคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ชุดที่มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติ 8 ต่อ 2 ไม่เห็นด้วยกับมาตรการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อลดจำนวนการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนในช่วงสงกรานต์นั้น นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ (ครปอ.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่พัทยา จ.ชลบุรี ในวันที่ 7 เมษายนนี้ ครปอ.จะเดินทางไปยื่นหนังสือให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทบทวนมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอให้หยุดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วันที่ 13 เมษายน เพื่อลดจำนวนการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนน ซึ่งคาดหวังว่านายอภิสิทธิ์จะระงับมติคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ พล.ต.สนั่นทำหน้าที่ประธาน คาดหวังว่ารัฐบาลจะมีความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลงในด้านมิติทางสังคมครั้งใหญ่ เนื่องจากข้อเสนอห้ามขายเหล้า 1 วัน และห้ามดื่มเหล้าท้ายรถกระบะ ถือว่าเป็นมาตรการอ่อนที่สุดแล้ว ดังนั้นรัฐบาลควรจะพิสูจน์ตัวเองว่าอยู่ฝั่งบริษัทน้ำเมา หรือเห็นแก่ชีวิตของประชาชน


"ในอดีตรัฐบาลชุดก่อน ยังมีการออกกฎห้ามขายเหล้าในปั๊มน้ำมัน ซึ่งสามารถลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับได้อย่างมหาศาล ดังนั้นจากนี้ไปอยู่ที่รัฐบาลแล้วว่า จะแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างไร" นายคำรณกล่าว และว่า ที่คณะกรรมการอ้างว่าการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์กระทบนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเป็นการซ้ำเติมเศษฐกิจ เหตุผลฟังไม่ขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต้องการมาดูเรื่องวัฒนธรรม และสัมผัสธรรมชาติ ไม่ใช่เพื่อการดื่มกิน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก มติชน ออนไลด์
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 เมษายน 2552, 20:59:26 น. โดย LingBaa » บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: